ผลการแข่งขันฟุตบอล ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ประจำวันที่ 09/08/2557 | เวลา : 15:30 น. พังงา เอฟซี 1 - 2 ชุมพร เอฟซี , เวลา : 16:00 น. ปัตตานี เอฟซี 0 - 0 ตรัง เอฟซี , ชัยภูมิ ยูไนเต็ด 0 - 1 หนองคาย เอฟที , วานา นาวา หัวหิน ซิตี้ 1 - 0 ธนบุรี ซิตี้ , ราชประชา 0 - 0 เพชรบุรี เอฟซี , เจดับบลิว แบงค็อก ยู 0 - 0 เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด , ปราจีน ยูไนเต็ด 2 - 1 จันทบุรี เอฟซี , ฉะเชิงเทรา เอฟซี 5 - 3 ทีจี ระยอง , ปากน้ำโพ NSRU เอฟซี 4 - 0 ราชวิถี , รังสิต เอฟซี 1 - 2 ไทยฮอนด้า , ปลวกแดง ระยอง ยูไนเต็ด 5 - 0 ม.เกษมบัณฑิต , บีซีซี เทโร 4 - 0 มหาวิทยาลัยรังสิต , เวลา : 16:30 น. นรา ยูไนเต็ด 1 - 1 สตูล ยูไนเต็ด , เวลา : 17:30 น. สุโขทัย เอฟซี 1 - 0 ลำปาง เอฟซี , กาฬสินธุ์ เอฟซี 0 - 1 นครพนม เอฟซี , เวลา : 18:00 น. ลำพูน วอริเออร์ 1 - 2 แพร่ ยูไนเต็ด , พะเยา เอฟซี 2 - 0 เพชรบูรณ์ เอฟซี , สุรินทร์ ซิตี้ 2 - 0 เลย ซิตี้ , มหาสารคาม ยูไนเต็ด 0 - 0 อุบล ยูเอ็มที เอฟซี , ผลการแข่งขันฟุตบอล ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ประจำวันที่ 10/08/2557 | เวลา : 16:00 น. สุราษฏร์ธานี เอฟซี 1 - 2 หาดใหญ่ เอฟซี , มุกดาหาร ซิตี้ 0 - 1 อำนาจ โปลี เอฟซี , ราชพฤกษ์ เมืองนนท์ ยูไนเต็ด 3 - 2 นนทบุรี เอฟซี , กบินทร์บุรี ยูไนเต็ด 0 - 1 สมุทรปราการ เอฟซี , ปทุมธานี ยูไนเต็ด 1 - 1 กองเรือยุทธการ , สระแก้ว ซิตี้ 0 - 1 นครนายก เอฟซี , มาบตาพุต นาวิกโยธิน 2 - 2 ปากช่อง ยูไนเต็ด , สมุทรปราการ ยูไนเต็ด 1 - 0 ศุลกากร ยูไนเต็ด , จามจุรี ยูไนเต็ด 2 - 1 นอร์ทกรุงเทพ เอฟซี , อาร์แบค เอฟซี 2 - 3 อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด , เวลา : 16:30 น. ตาก เอฟซี 0 - 2 กำแพงเพชร เอฟซี , เวลา : 17:00 น. ซีคเคอร์ เอฟซี 3 - 3 โกลเบล็ก เอฟซี , เวลา : 17:30 น. สมุทรสาคร เอฟซี 1 - 0 กรุงธนบุรี เอฟซี , เวลา : 18:00 น. ประจวบ เอฟซี 3 - 1 นครศรี เฮอริเทจ , ระนอง เอฟซี 1 - 1 พัทลุง เอฟซี , เชียงราย ซิตี้ 2 - 0 น่าน เอฟซี , อุทัยธานี ฟอเรสท์ 2 - 2 นครสวรรค์ เอฟซี , พิจิตร เอฟซี 4 - 1 อุตรดิตถ์ เอฟซี , ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด 1 - 0 หนองบัวลำภู เอฟซี , อุดรธานี เอฟซี 2 - 1 สกลนคร เอฟซี , เกร็กคู ลูกทัพฟ้า ปทุมธานี เอฟซี 6 - 2 สิงห์บุรี เอฟซี , ระยอง เอฟซี 6 - 0 พานทอง เอฟซี
2099

ชื่อทีม : ปากน้ำโพ NSRU เอฟซี (Paknampho Nsru Fc)

สโมสรฟุตบอล “ปากน้ำโพ NSRU FC” จากจุดเริ่มในนามสโมสรวิทยาลัยครูนครสวรรค์ มาสู่สโมสรสถาบันราชภัฏนครสวรรค์ สู่ "มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์" และปัจจุบัน "ปากน้ำโพ NSRU FC" โดยหลังจากทาง อบจ. เข้ามาสนับสนุน เลยมีนโยบายเปลี่ยนชื่อทีม เพื่อที่จะได้เพิ่มกลุ่มกองเชียร์ให้มากขึ้น จะได้กว้างขึ้น จากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ เป็นคนปากน้ำโพ (นครสวรรค์) ทั้งจังหวัด โดย NSRU FC ย่อมาจาก Nakhon Sawan Rajabhat University Football Club หรือ สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ฉายา มังกรทอง(The Golden Dragon) จากฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ง - สู่ถ้วยพระราชทานประเภท ค - และสุดท้ายถ้วยพระราชทานประเภท ข - จนสามารถฝ่าฟันเข้าสู่ลีกดิวิชั่น 2 ได้ในที่สุด สโมสรมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ยังเป็นสโมสรเดียวจากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศซึ่งมีทั้งหมด 40 แห่ง ที่ได้เล่นในลีกดิวิชั่น 2 จนถึงปัจจุบัน สำหรับแต่เดิมนั้น สโมสรฟุตบอล “ปากน้ำโพ NSRU FC” หรือเดิมในชื่อ สโมสร “มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์” ได้เริ่มก่อตั้งทีมตั้งแต่ ปี พ.ศ.2511 ในนาม "สโมสรวิทยาลัยครูนครสวรรค์" จากนั้นในปี พ.ศ. 2535 วิทยาลัยครูนครสวรรค์ ได้เปลี่ยนสถานภาพเป็นสถาบันราชภัฏนครสวรรค์เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 โดยได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และอยู่ในสังกัดสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏกระทรวงศึกษาธิการและได้มีการเปิดสอนระดับปริญญาตรีถึงปริญญาโท ทำให้สโมสรเปลี่ยนชื่อเป็น "สโมสรสถาบันราชภัฏนครสวรรค์" และต่อมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2547 สถาบันราชภัฏนครสวรรค์ได้รับเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 อยู่ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาธิการ และดำเนินการเปิดสอนในระดับประกาศนียบัตร ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท และระดับปริญญาเอก สโมสรจึงเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น "สโมสรมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์" โดยทางสโมสรได้ส่งร่วมลงแข่งขันจากฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ง และได้เลื่อนชั่นสู่ถ้วยพระราชทานประเภท ค และสุดท้ายถ้วยพระราชทานประเภท ข ได้สำเร็จ จนในปี พ.ศ. 2551 สามารถฝ่าฟันเข้าสู่ลีกดิวิชั่น 2 ได้ในที่สุด โดยได้ตำแหน่งรองชนะเลิศฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ข ในปีนั้นทำให้ได้เลื่อนชั้นสู่ลีกดิวิชั่น 2 สำเร็จ โดยในปี พ.ศ. 2552 โดยลงแข่งขันในโซนกรุงเทพและปริมณฑลทั้งนี้เนื่องจากสโมสรผ่านขึ้นมาเล่นในลีกภูมิภาคจากการได้ตำแหน่งรองชนะเลิศฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ข ซึ่งในฤดูกาลแรกในลีกดิวิชั่น 2 นั้น สโมสรมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ไดัอันดับที่ 9 ในโซนกทม. และปริมณฑล โดยถือเป็นสโมสรเดียวที่อยู่นอกเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลที่เล่นอยู่ในโซนนี้ โดยใช้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ลงเล่นทั้งหมด และสโมสรมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ยังเป็นสโมสรเดียวจากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศซึ่งมีทั้งหมด 40 แห่งที่ได้เล่นในลีกดิวิชั่น 2 จากนั้นในปี พ.ศ. 2553 สโมสรมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ยังคงได้เลื่อนในลีกดิวิชั่น2 โซนกทม. และปริมณฑล เช่นเดิม โดยในฤดูกาลนี้จบในอันดับที่ 10 โดยปีนี้ใช้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์และศิษย์เก่าลงเล่น โดยยังเป็นสโมสรเดียวที่อยู่นอกเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลที่เล่นอยู่ในโซนนี้ ถึงสองฤดูกาลแรกในลีกดิวิชั่นสองผลงานจะไม่ดีนัก แต่เนื่องจากเพราะเป็นน้องใหม่และยังมีปัญหาเรื่องงบประมาณซึ่งเรียกได้ว่าใช้งบประมาณแทบจะน้อยที่สุดในลีกดิวิชั่นสองเลยก็ว่าได้ เพราะใช้งบประมารไม่กี่แสนบาทเท่านั้น ก็ต้องถือว่าทางสโมสรก็ทำผลงานได้ดีในระดับหนึ่ง ต่อมาในปีพ.ศ. 2554 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสโมสร เมื่อท่านมานพ ศรีผึ้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานสโมสร และทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ได้เข้ามาสนับสนุนงบประมาณในการทำทีม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสโมสรในการก้าวเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น โดยเป้าหมายหลักในส่วนนี้ก็เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างอาชีพจากการกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาฟุตบอล ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง อีกทั้งจังหวัดนครสวรรค์ของเรา ก็มีนักฟุตบอลฝีเท้าดีๆอยู่เป็นจำนวนมาก จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างแม่แบบให้เห็นว่าการเล่นฟุตบอลนั้น สามารถเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เกิดขึ้นได้ โดยได้เปลี่ยนชื่อสโมสรจาก "มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์" เป็น "ปากน้ำโพ NSRU FC" (โดย NSRU FC ย่อมาจาก Nakhon Sawan Rajabhat University Football Club) เพื่อที่จะได้เพิ่มกลุ่มกองเชียร์ให้มากขึ้น จะได้กว้างขึ้น จากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ เป็นคนปากน้ำโพ (นครสวรรค์) ทั้งจังหวัด โดยปีนี้ใช้นักเตะเก่าที่เป็นศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ร่วมกับนักเตะท้องถิ่น และยังได้นักเตะต่างชาติมาเสริมทีมด้วย ถือว่าเป็นครั้งแรกของสโมสรที่มีนักเตะต่างชาติมาร่วมทีม และช่วงเลกที่สอง ยังได้ยืมตัวนักเตะจากศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี ทีมในระดับไทยลีกมาช่วยทีมอีกถึงสี่คน โดยในฤดูกาลนี้ จบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 ของโซนกรุงเทพและปริมณฑล ถือว่าเป็นฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งทีเดียว จากนั้นในปี พ.ศ. 2555 ทาง อบจ.นครสวรรค์ ยังคงสนับสนุนทีมเช่นเดิม โดยมีการเปลี่ยนแปลงขยับ ผศ.วิทยา วาจาบัณฑิตย์ กุนซือ คู่สโมสร ขึ้นไปเป็น ประธานเทคนิค คอยให้คำปรึกษาต่าง ๆ และได้ ดึง "โค้ชชู" ชูศักดิ์ ศรีภูมิ ที่ฤดูกาลที่แล้วนำทีม เลย ซิตี้ เข้าเล่น รอบมินิลีก เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ และได้ทุ่มเสริมผู้เล่นทั้งไทย และต่างชาติ โดยบางส่วนเคยเล่นระดับไทยแลนด์ลีก หรือ ระดับ ดิวิชั่น 1 มาแล้ว เช่น แองเจลโล มาชูกา อดีตนักเตะสโมสรบีอีซี เทโรฯ และชาง ซุน วอน อดีตะนักเตะสโมสรอินทรีเพื่อนตำรวจ ทำให้มีขุมกำลังทั้งตัวจริงและตัวสำรองที่พร้อมกว่าปีก่อน ๆ และการฝึกซ้อม การเตรียมทีมต่าง ๆ ก้าวสู่ความเป็นอาชีพมากขึ้นกว่าปีก่อน โดยใช้งบประมาณในการทำทีมปีนี้สูงถึงประมาณ 15 ล้านบาทเลยทีเดียว โดยฤดูกาลนี้ได้ย้ายจากโซนกรุงเทพและปริมณฑล มาอยู่โซนภาคเหนือ ซึ่งเพิ่มทีมทั้งหมดรวมเป็น 18 ทีม ซึ่งเป็นปีแรกที่สโมสตจะได้เจอกับทีมในโซนภาคเหนือ การเดินทางก็จะไกลขึ้นจากฤดูกาลที่ผ่านมาซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าไปเล่นใน กทม. แต่ก็ไม่เป็นปัญหาโดยสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจบฤดูกาลด้วย อันดับที่ 3 ของโซนภาคเหนือ และได้เข้ารอบไปเล่นรอบแชมเปียนลีกได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของสโมสร โดยผ่านเข้ารอบในฐานะทีมอันดับสามที่คะแนนดีที่สุดจาก 3 โซน ถึงแม้จะพลาดเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในศึกดิวิชั่น 1 แต่ก็ถือว่าทำผลงานได้ดีเล่นได้ประทับใจแฟนบอลโดยทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้คือได้เข้ารอบแชมเปียนลีก ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของสโมสรอีกด้วย มาในปี พ.ศ.2556 ซึ่งจะเป็นฤดูกาลที่ 5 ของสโมสรในการเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลในระดับลีกภูมิภาค โดยปีนี้ฝ่ายจัดการแข่งขันได้มีการแบ่งโซนการแข่งขันใหม่ โดยเพิ่มจากเดิม 5 โซน เป็น 6 โซน และได้ย้ายทีม ปากน้ำโพ NSRU FC กลับมาอยู่โซนกรุงเทพฯ และภาคกลาง โดยโซนกรุงเทพและภาคกลางมีทั้งหมด 14 ทีม ดังนี้ กรุงเทพคริสเตียน , จามจุรียูไนเต็ด , ไทยฮอนด้า , นนทบุรี เอฟซี , นอร์ทกรุงเทพ เอฟซี , ปากน้ำโพเอ็นเอสอาร์ยูเอฟซี , ม. เกษตรศาสตร์ , ม. เกษมบัณฑิต , ราชวิถี , ศุลกากร ยูไนเต็ด , สมุทรปราการ ยูไนเต็ด , แหลมฉบังซิตี (นำร่อง) , อัสสัมชัญธนบุรี , อาร์แบคบีอีซีเทโรศาสน โดยจะคัดเอาสองทีมที่มีอันดับดีที่สุดได้เข้าไปแข่งขันในรอบแชมเปียนลีก (12 ทีมสุดท้าย) เพื่อหาทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ต่อไป โดยท่านมานพ ศรีผึ้ง นายกอบจ.นครสวรรค์ ยังดำรงตำแหน่งประธานสโมสรเช่นเดิม และได้ “โค้ชวิน” อ.เทวินทร์ ศรีวารี เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ ตามความประสงค์ของท่านมานพ ศรีผึ้ง ประธานสโมสร ที่อยากได้กุนซือชาวนครสวรรค์ เช่นเดียวกับนักเตะที่ต้องการเน้นคนในจังหวัดเหมือนกัน โดย อาจารย์เทวินทร์ ศรีวารี นั้นเคยเป็นกุนซือทีมนครสวรรค์ เอฟซี อยู่หลายปีและเคยพาทีม ร.ร.เทศบาลวัดจอมคีรีนาคพรต เถลิงบัลลังก์แชมป์ ไพรม์มินิสเตอร์ รุ่นไม่เกิน 18 ปี ของโซนภาคเหนือมาแล้ว และยังมี ผศ.วิทยา วาจาบัณฑิตย์ เป็นประธานเทคนิคของสโมสรเช่นเดิม โดยจะช่วยให้คำปรึกษาและช่วยดูแลนักเตะเยาวชนของสโมสร ซึ่งปีนี้ได้คัดเลือกนักเตะเยาวชนอายุต่ำกว่า 19 ปีไว้จำนวนหนึ่งเพื่อเป็นชุดเยาวชนของสโมสรด้วย โดยฤดูกาล 2556 สโมสร "ปากน้ำโพ NSRU FC" มีงบประมาณในการทำทีมประมาณ 12 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ โดยได้ผู้สนับสนุนอย่าง บ. คีลา ที่เข้ามาสนับสนุนในชุดการแข่งขัน รวมไปถึง ร้านขนม โมจิจุฬา, บอนบอน กรุ๊ปและ ลีโอ ที่ร่วมสนับสนุนต่อเนื่องมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว โดยช่วงเลกที่สองยังได้ วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ หรือที่รู้จักกันในนาม “สิงโตเผือกแห่งปากน้ำโพ” หนึ่งในตำนานนักเตะทีมชาติไทย เข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษาสโมสรด้วย โดยปีนี้สโมสร "ปากน้ำโพ NSRU FC" คว้าแชมป์ของศึกลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 โซนกรุงเทพฯ และภาคกลางได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของสโมสร และได้เข้ารอบไปเล่นรอบแชมเปียนลีก ถึงแม้จะพลาดเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในศึกดิวิชั่น 1 อย่างน่าเสียดาย แต่ก็ถือว่าทำผลงานได้ดีเล่นได้ประทับใจแฟนบอลโดยผ่านเข้ารอบแชมเปียนลีกได้เป็นปีที่สองติดต่อกันอีกด้วย และมาในปี พ.ศ.2557 ซึ่งจะเป็นฤดูกาลที่ 6 ของสโมสรในการเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลในระดับลีกภูมิภาค โดยปีนี้ฝ่ายจัดการแข่งขันได้มีการแบ่งโซนการแข่งขันเป็น 6 โซนเหมือนปีก่อน และสโมสร "ปากน้ำโพ NSRU FC" ยังอยู่โซนกรุงเทพฯ และภาคกลางเช่นเดิม โดยโซนกรุงเทพฯ และภาคกลางปีนี้มีทั้งหมด 14 ทีม ประกอบไปด้วย : บีซีซี เทโร เอฟซี, จามจุรี ยูไนเต็ด, ไทยฮอนด้า, รังสิต เอฟซี, นอร์ทกรุงเทพ เอฟซี, ม.เกษมบัณฑิต, ราชวิถี เอฟซี, ศุลกากร ยูไนเต็ด, สมุทรปราการ ยูไนเต็ด, อาร์แบค เอฟซี, ปากน้ำโพ เอ็นเอสอาร์ยู เอฟซี, ม.รังสิต, ปลวกแดง ระยอง ยูไนเต็ด และ อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด โดยจะคัดเอาสองทีมที่มีอันดับดีที่สุดได้เข้าไปแข่งขันในรอบแชมเปียนลีก (12 ทีมสุดท้าย) เพื่อหาทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ต่อไป ในปีนี้ท่านมานพ ศรีผึ้ง นายก อบจ.นครสวรรค์ ยังดำรงตำแหน่งประธานสโมสรเช่นเดิม และก่อนหน้านี้ได้ “สิงโตเผือก” วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ อดีตตำนานทีมชาติไทย ลูกหลานชาวปากน้ำโพมาเป็นกุนซือใหญ่คุมทีม แต่ล่าสุดมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น โดยทาง “ผศ.วิทยา วาจาบัณฑิตย์” ประธานเทคนิคของทีมเปิดเผยว่า “เป็นเรื่องจริงที่วิฑูรย์ได้ขอออกไปช่วยงาน แบงค็อก ยูไนเต็ด เนื่องจากเจ้าตัวยืนยันว่ายังขาดประสบการณ์ในการรับหน้าที่เป็นเฮดโค้ชของทีมอย่างเต็มตัว จึงต้องการไปเรียนรู้ระบบการจัดการทีมกับ รุย เบนโต้ เฮดโค้ชชาวโปรตุเกสก่อน เเต่เขาก็เป็นสายเลือดชาวปากน้ำโพคนหนึ่ง จึงไม่มีทางที่จะทิ้งสโมสรเเห่งนี้ไป ตัววิฑูรย์เองจะยังคงเดินทางไปมาหาสู่อยู่ตลอดเเละค่อยช่วยให้คำปรึกษากับ ทีมอยู่เสมอ ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องดีซะอีก ที่จะได้นำประสบการณ์ใหม่จากลีกสูงสุดนำมาพัฒนาให้เเก่ทีมเรา ส่วนตำเเหน่งเฮดโค้ชของทีมในขณะนี้นั้นทางผมเเละวิฑูรย์ ยังคงคอยช่วยกันดูเเลคุมซ้อมน้อง ๆ นักเตะ อยู่เหมือนเดิมตามปกติ” ผศ.วิทยากล่าว โดยในฤดูกาล 2557 นี้สโมสร "ปากน้ำโพ NSRU FC" ได้ ผศ.วิทยา วาจาบัณฑิตย์ กุนซือคู่สโมสรผู้นำทีมเลื่อนชั้นมาเล่นดิวิชั่นสองกลับมาคุมทัพอีกครั้ง โดยมีงบประมาณในการทำทีมเท่ากับปีที่แล้วคือ 15 ล้านบาท มีเป้าหมายคือคว้าแชมป์โซนและเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในยามาฮ่า ลีกวัน ให้ได้ และสโมสรมีแผนปรับปรุงพัฒนาสนามที่บึงบอระเพ็ดให้ดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อสามารถใช้เป็นสนามแข่งได้โดยคาดว่าจะสามารถใช้งานได้ในช่วงเลกที่สอง โดยท่านมานพ ศรีผึ้ง ประธานสโมสร เปิดเผยว่า "จะมีการปรับปรุงและสร้างสนามซ้อมที่บึงบอระเพ็ดใหม่ โดยจะให้มีความจุประมาณ 3,000 ที่นั่ง ส่วนพื้นสนามนั้นพื้นสนามเดิมถือว่าใช้งานได้แล้ว เหลือที่ต้องสร้างใหม่คืออัฒจันทร์ โดยอัฒจันทร์หลักจะคล้ายกับสนามของนอร์ทกรุงเทพ ส่วนอัฒจันทร์ที่เหลือจะสร้างเป็นแบบน็อคดาวน์ โดยตอนนี้ได้ทำสัญญากับผู้รับเหมาและเสนอแบบของอัฒจันทร์แล้ว ส่วนเรื่องไฟส่องสว่างจะติดตั้งทั้งหมด 4 ต้น คาดว่างบประมาณจะตก ต้นละ 1 ล้านบาท เพื่อจะได้ขยับแข่งเวลาเป็นเวลา 17.00 น. ได้ และคาดว่าสนามใหม่น่าจะเสร็จทันการแข่งขันในเลกที่ 2 ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน" โดยในเลกแรกจะใช้สนามโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครสวรรค์เป็นสนามเหย้าเช่นเดิมไปก่อน โดยปีนี้ได้ผู้สนับสนุนอย่าง บ.กีลา ที่เข้ามาสนับสนุนในชุดการแข่งขันเช่นเดิม รวมไปถึง ลีโอ, บอนบอน กรุ๊ป ที่ร่วมสนับสนุนต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 และยังได้ บริษัท ไทยเลมอน ฟู้ดส์ จำกัด, บริษัท ล้อพูนผลไรซ์มิลล์ จำกัด, ร้านอาหารจันทร์เสวย, บริษัท วัชระคอม แอนด์ เนทเวอร์ค จำกัด และห้างทองอยากมีตัง เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนรายใหม่ โดยได้มอบทองคำมาแจกแก่แฟนบอลที่โชคดีที่เข้ามาชมเกมแข่งขันในนัดเหย้าอีกด้วย ส่วนโรงพยาบาลศรีสวรรค์ สนับสนุนโดยจัดรถพยาบาล และพยาบาล มาประจำที่สนามในวันแข่งขันเช่นเดิม สำหรับตัวผู้เล่นปีนี้นั้น ยังมีนักเตะเดิมอยู่ประมาณ 10 คน เช่น ธนวัฒน์ ปานช้าง (กัปตันทีม), เทิดศักดิ์ สร้อยเสมา นายทวารจอมหนึบ รวมถึงนักเตะที่ยืมตัวมาใช้งานเมื่อช่วงเลกสองฤดูกาลที่แล้ว อย่าง อนุรักษ์ เสร็จกิจ และ ศุภชัย แม้นจิตต์ ก็ตกลงยืมตัวต่อจากแบงค็อก ยูไนเต็ด อีกหนึ่งฤดูกาล รวมถึง เรวัต มีเรียน กองหน้าตัวเก่งด้วยเช่นกันที่ยืมตัวต่ออีกหนึ่งฤดูกาล และเสริมนักเตะใหม่เข้ามาร่วมทีมอีกหลายคน เช่น สาธิตย์ บุญยัง แบ็กซ้ายจอมบุก จาก พิษณุโลก ทีเอสวาย เอฟซี, คณิศร ศิริโต อดีตเซ็นเตอร์ฮาล์ฟกัปตันทีมพิษณุโลก ทีเอสวาย เอฟซี (ยืมตัว) รวมถึง ตระกูลฉัตร์ ทองใบ ลูกหลานชาวปากน้ำโพ กองกลางจาก ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด และเคยเล่นให้ อาร์มี่ ยูไนเต็ดมาแล้ว และยังเสริมนักเตะสายเลือด มรภ.นครสวรรค์ เข้าสู่ทีมอีกหลายคน เช่น พลชัย สร้อยศรีสุข กองกลางจาก อุทัยธานี ฟอเรสท์ กลับมาร่วมทีมอีกครั้งหลังเคยอยู่กับทีมเมื่อปี 2555 และยังมี ทิวา โชคทวีพูลลาภ กองหน้า กับ อนุสรณ์ ทองอร่าม แบ็คขวา จาก นครสวรรค์ เอฟซี ส่วนนักเตะต่างชาตินั้นเหลือจากปีก่อนเพียงแค่คนเดียวคือ ปีเตอร์ ดูริก้า กองกลาง ชาวสโลวาเกีย แต่ปีนี้ได้ชวนเพื่อนชาวสโลวาเกีย ที่เคยเล่นให้ ศรีสะเกษ เอฟซี ด้วยกันเมื่อปีก่อนให้มาร่วมทัพมังกรทองอีกสองคน คือ แจน มาซิน กองหลังจอมแกร่ง และ มารอส บาซิค กองหน้า ส่วนโควตาเอเชีย ปีนี้ได้ คิม วอน คุม กองกลางจอมทัพจอมขยันจาก พังงา เอฟซี มาร่วมทีม และล่าสุดได้คว้าตัว จอร์จี้ ซิมาคูริดเซ่ ปีกขวาชาวจอร์เจีย อดีตแข้งของ ชัคเตอร์ โดเนทส์ค ในลีกสูงสุดยูเครน และ ดินาโม ทบิลิซี่ ลีกสูงสุดของจอร์เจีย นักเตะระดับบิ๊กเนมไทยลีกมาร่วมทีม โดยจอร์จี้ ถือเป็นผู้เล่นต่างชาติคนสุดท้าย ที่ย้ายมาร่วมทีม “ปากน้ำโพ NSRU FC” โดยเขาเคยค้าแข้งให้กับทีโอที แคท เอฟซี หรือ ทีโอที เอสซี, ทีทีเอ็ม เชียงใหม่, บางกอกกล๊าส เอฟซี, ภูเก็ต เอฟซี มาแล้ว และล่าสุดก่อนปิดตลาดยังได้ 2 เเข้งจอมเก๋าอย่าง อนุชา ช่วยศรี อดีตศูนย์หน้า บีบีซียู เอฟซี เเละ เริ่มรัตน์ งามเจริญ มิดฟิลด์ จากอุดรธานี เอฟซี เข้ามาเสริมความเเข็งเเกร่งให้กับทีมเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว ด้วยระยะสัญญา 1 ฤดกาล โดยอนุชา ช่วยศรี เเละ เริ่มรัตน์ งามเจริญ ถือว่าเป็นเเข้งที่มีประสบการณ์สูง โดยทั้งคู่เคยผ่านการค้าเเเข้งมาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็นลีกสูงสุดอย่างไทยพรีเมียร์ลีก, ดิวิชั่น 1 ตลอดไปถึงดิวิชั่น 2 โดยการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 โซนกรุงเทพฯและภาคกลาง เริ่มเปิดฤดูกาลแล้ว จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดนครสวรรค์มาร่วมกันเชียร์และให้กำลังใจ ทีม “มังกรทอง” ปากน้ำโพ NSRU FC กันอีกครั้งในปีนี้ โดยสามารถจองหรือซื้อของที่ระลึกและจองบัตรเข้าชมเป็นกลุ่ม รวมถึงตั๋วปีซึ่งมีสองราคาคือ บัตรราคา 1000 บาท ชมการแข่งขันทั้งฤดูกาลในบ้าน พร้อมเสื้อสโมสร 1 ตัว พวงกุญแจ และสติ๊กเกอร์ มีเพียง 100 ใบเท่านั้น และ บัตร ราคา 500 บาท ชมการแข่งขันในบ้านทั้งฤดูกาล มีเพียง 1000 ใบเท่านั้น ได้ที่ 056 803567-70 ต่อ 131 (ห้องบัวแดง อบจ.นครสวรรค์) และสามารถหาซื้อของที่ระลึกได้ที่หน้าสนามในวันที่มีแข่งนัดเหย้า หรือที่ ร้านคีลา สปอร์ต สาขานครสวรรค์ 056-882533 หรือคุณจิรพร ผู้จัดการสาขา 083-629-5363 และสามารถติดตามข่าวสารของทีมเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nsrufc.com และ http://www.facebook.com/NSRUFC